[x] ปิดหน้าต่างนี้
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป   
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 215 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
หมวดหมู่ blog
ฝากข้อความ
ชื่อ :
ข้อความ (ตัวแสดงอารมณ์)
รวมลิงค์ที่น่าสนใจ
รวมเว็บที่น่าสนใจ
  

งานวิจัยการศึกษา
    เรื่อง : การพัฒนารูปแบบการนิเทศแบบหลากหลายวิธีการเพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูโรงเรียนศรีแก้วพิทยา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ

เจ้าของผลงาน : นายอภิวรุณ โสมมา
อังคาร ที่ 31 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2561
เข้าชม : 358    จำนวนการดาวน์โหลด : 91 ครั้ง
5 stars เฉลี่ย : 5 จาก 2 ครั้ง.

บทคัดย่อ :

บทคัดย่อ

หัวข้องานวิจัย  การพัฒนารูปแบบการนิเทศแบบหลากหลายวิธีการเพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูโรงเรียนศรีแก้วพิทยา 
                    สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ
ผู้วิจัย             นายอภิวรุณ  โสมมา
หน่วยงานที่รับผิดชอบ     โรงเรียนศรีแก้วพิทยา 
             การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการนิเทศแบบหลากหลายวิธีการ เพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูโรงเรียนศรีแก้วพิทยา และ 2) เพื่อประเมินผลการใช้รูปแบบการนิเทศแบบหลากหลายวิธีการเพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการทำวิจัยในชั้นเรียนของครู โรงเรียนศรีแก้วพิทยา ด้วยวิธีการ  2.1) ประเมินสมรรถภาพในการนิเทศแบบหลากหลายวิธีการของครูผู้นิเทศ 2.2) ประเมินความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้นิเทศ    2.3) ประเมินความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการนิเทศแบบหลากหลายวิธีการของครูผู้รับการนิเทศ    2.4) ประเมินสมรรถภาพการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้รับการนิเทศ และ 2.5) ประเมินความพึงพอใจของครูผู้รับการนิเทศที่มีต่อรูปแบบการนิเทศแบบหลากหลายวิธีการ  วิธีดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การวิเคราะห์ (Analysis) ขั้นตอนที่ 2 การออกแบบและพัฒนา (Design and Development) ขั้นตอนที่ 3 การนำไปใช้ (Implementation)  และ ขั้นตอนที่ 4 การประเมินผล (Evaluation)  ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ครูและนักเรียนโรงเรียนศรีแก้วพิทยา ประกอบด้วยครูผู้สอน จำนวน  28  คน  นักเรียน  จำนวน  521 คน  กลุ่มตัวอย่าง เป็นครูผู้สอนจำแนกตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ละ 2 คน    จำแนกเป็นครูผู้นิเทศ จำนวน 5 คน มี 2 คนที่ทำหน้าที่ครูผู้นิเทศและครูผู้รับการนิเทศ ครูผู้รับการนิเทศ 13 คน  (ซึ่งครูที่ทำหน้าที่เป็นผู้นิเทศประกอบด้วย หัวหน้าฝ่ายบริหารงานวิชาการและครู) และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1,2,3,4,5 และ 6 จำนวน 13 ห้องเรียน เลือกโดยการสุ่ม แบบอาสาสมัคร (Volunteers Sampling)  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย  ได้แก่  แบบวิเคราะห์เอกสาร   แบบสัมภาษณ์  แบบทดสอบ  แบบสอบถาม  แบบสังเกต  และประเด็นสนทนากลุ่ม  สถิติที่ใช้   ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย  ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ ค่า Wilcoxon Signed Rank Test  
        ผลการวิจัยพบว่า
            1. รูปแบบการนิเทศแบบหลาหลายวิธีการ เพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการทำวิจัย  ในชั้นเรียนครูโรงเรียนศรีแก้วพิทยา ชื่อว่า ซีไอพีอี (CIPE) ประกอบด้วย หลักการที่มุ่งเน้นกระบวนการนิเทศที่เป็นระบบ สัมพันธ์กัน คำนึงถึงความแตกต่างของครู ด้านความรู้ ความสามารถ และทักษะสำคัญที่ต้องการพัฒนา โดยใช้วิธีการนิเทศที่หลากหลาย เหมาะสมกับครูแต่ละคน เพื่อให้การนิเทศเกิดประสิทธิภาพสูงสุด   กระบวนการนิเทศ 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่1 Classifying : C   การคัดกรองระดับความรู้ ความสามารถ ทักษะที่สำคัญเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้และการวิจัย     ในชั้นเรียน เพื่อจัดกลุ่มครูและเลือกวิธีการนิเทศที่เหมาะสมสำหรับครูแต่ละกลุ่ม ขั้นตอนที่ 2 Informing : I การให้ความรู้ก่อนการนิเทศ ขั้นตอนที่ 3 Proceeding : P การดำเนินงาน ได้แก่   3.1) การประชุมก่อนการสังเกตการสอน (Pre conference) 3.2) การสังเกตการสอน (Observation)  3.3) การประชุมหลังการสังเกตการสอน ( Post Conference)  และ ขั้นตอนที่ 4 Evaluating : E การประเมินผลการนิเทศ โดย มีการกำกับ ติดตาม (Monitoring) อย่างต่อเนื่องทุกขั้นตอน    เพื่อให้การดำเนินการนิเทศเกิดประสิทธิภาพ และเงื่อนไขการนำรูปแบบไปใช้ พบว่า มีความสมเหตุ   สมผลเชิงทฤษฎี ความเป็นไปได้  และความสอดคล้องของรูปแบบการนิเทศแบบหลากหลายวิธีการ     2. ผลการใช้รูปแบบการนิเทศแบบหลากหลายวิธีการ เพื่อส่งเสริมสมรรถภาพ  การทำวิจัยในชั้นเรียนของครูโรงเรียนศรีแก้วพิทยา  พบว่า ครูผู้นิเทศมีสมรรถภาพในการนิเทศ    แบบหลากหลายวิธีการ อยู่ในระดับสูงมาก  และมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการนิเทศ  แบบหลากหลายวิธีการและการวิจัยในชั้นเรียน ก่อนและหลังการใช้รูปแบบ แตกต่างกัน   อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  โดยมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบการนิเทศ   ครูผู้รับการนิเทศมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการนิเทศแบบหลากหลายวิธีการ ก่อนและหลังการใช้รูปแบบ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01  โดยมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบการนิเทศ มีสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียน อยู่ในระดับสูงมาก และมีความพึงพอใจของต่อรูปแบบ การนิเทศแบบหลากหลายวิธีการ อยู่ในระดับมากที่สุด 


 



ดาวน์โหลด   ( บทคัดย่อ) 

งานวิจัยการศึกษา 5 อันดับล่าสุด

      การพัฒนาชุดฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ เรื่อง เศรษฐศาสตร์ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7E เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 15/ส.ค./2562
      การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตนเอง เพื่อการพัฒนาทักษะชีวิตประกอบการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาสังคมศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 15/ส.ค./2562
      การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับชุดกิจกรรมการเรียนรู้แผนผังความคิดเรื่องประวัติศาสตร์สากล กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 13/ส.ค./2562
      การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดแก้ปัญหาอย่างมีวิจารณญาณ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 10/ก.ค./2562
      รายงานการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามวัฏจักรการเรียนรู้ (7E) เรื่อง ทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 10/ก.ค./2562


กำลังแสดงหน้าที่ 1/0 ->
<< 1 >>



ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ความคิดเห็น :


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ skp209.bancha@gmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป