การเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2310 ตรงกับปลายสมัยของอาณาจักรอยุธยา ซึ่งเป็นราชธานีของไทยยาวนานกว่า 400 ปี สาเหตุสำคัญเกิดจากความอ่อนแอภายในราชสำนัก การแย่งชิงอำนาจ และการขาดความสามัคคีของขุนนาง รวมถึงการรุกรานอย่างหนักจากพม่า
ในช่วงเวลานั้น พม่าอยู่ภายใต้การปกครองของพระเจ้ามังระ ได้ยกทัพเข้าตีกรุงศรีอยุธยาอย่างต่อเนื่องและล้อมเมืองเป็นเวลานาน ทำให้เกิดการขาดแคลนอาหารและกำลังพล ในที่สุดเมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2310 กรุงศรีอยุธยาถูกตีแตก บ้านเมืองถูกเผาทำลาย วัดวาอารามและโบราณสถานจำนวนมากได้รับความเสียหายอย่างหนัก
หลังจากการเสียกรุง บ้านเมืองตกอยู่ในภาวะไร้ศูนย์กลางอำนาจ หัวเมืองต่าง ๆ แยกตัวเป็นอิสระ ต่อมา สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้รวบรวมกำลังพล กอบกู้เอกราช และสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานีใหม่
เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญทางประวัติศาสตร์ไทย แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของความสามัคคี ความเข้มแข็งทางการเมือง และการเตรียมพร้อมในการป้องกันประเทศ