1. การตีฝ่าวงล้อม (ก่อนกรุงแตก) ในขณะที่กรุงศรีอยุธยากำลังจะล่มสลาย พระยาตาก (ตำแหน่งในขณะนั้น) เล็งเห็นว่าหากอยู่ต่อคงไม่สามารถรักษาเมืองไว้ได้ จึงตัดสินใจนำทหารกล้าประมาณ 500 นาย ตีฝ่าวงล้อมกองทัพพม่า ออกไปทางทิศตะวันออกเมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2309 2. การรวบรวมไพร่พลที่หัวเมืองชายทะเล พระยาตากเดินทางผ่านนครนายก ฉะเชิงเทรา และเข้าสู่ระยอง เพื่อใช้เป็นฐานที่มั่นชั่วคราว โดยมีจุดหมายสำคัญคือ จันทบุรี และ ตราด เนื่องจากเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์และมีกำลังต่อเรือ วาทะเด็ด "ทุบหม้อข้าว": ก่อนเข้าตีเมืองจันทบุรี ทรงสั่งให้ทหารทุบหม้อข้าวหม้อแกงทิ้ง เพื่อปลุกใจให้ทหารต้องตีเมืองให้แตกเพื่อจะได้ไปกินข้าวในเมือง หากตีไม่ได้ก็ต้องตายด้วยกันทั้งหมด 3. ยุทธศาสตร์ "ป่าล้อมเมือง" ทรงใช้หัวเมืองชายฝั่งตะวันออกเป็นฐานทัพในการ ต่อเรือรบ และสะสมอาวุธยุทโธปกรณ์ เมื่อมีความพร้อม ทรงยกกองทัพเรือซึ่งประกอบด้วยเรือประมาณ 100 ลำ และกำลังพลประมาณ 5,000 นาย ล่องเลียบชายฝั่งกลับเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยา 4. ชัยชนะที่ค่ายโพธิ์สามต้น ด่านแรก: ทรงเข้าตีเมืองธนบุรีและจับตัว "นายทองอิน" คนไทยที่พม่าแต่งตั้งให้รักษาเมืองไว้ได้ เผด็จศึก: จากนั้นทรงยกทัพต่อไปยังพระนครศรีอยุธยา เข้าโจมตี ค่ายโพธิ์สามต้น (กองบัญชาการหลักของพม่าที่มี สุกี้พระนายกอง เป็นหัวหน้า) จนสามารถขับไล่พม่าออกไปได้สำเร็จในวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2310