หมวดหมู่ : สังคมศึกษา
เรื่อง : สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
blog : Piyaphat Hathaisong
ระดับ : [ มือใหม่ ]
อ่าน : 5
อังคาร ที่ 17 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569
พิมพ์  

สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง (อังกฤษ: World War I) เป็นความขัดแย้งทั่วโลกที่กินเวลาตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม ค.ศ. 1914 ถึงวันที่ 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 1918 ซึ่งเป็นความขัดแย้งกันระหว่างสองขั้วมหาอำนาจพันธมิตร ได้แก่ ฝ่ายสัมพันธมิตรและฝ่ายมหาอำนาจกลาง โดยการต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายคลอบคลุมพื้นที่ของทวีปยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา แปซิฟิก และพื้นที่บางส่วนของทวีปเอเชีย เป็นหนึ่งในสงครามที่มีความสูญเสียมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยจำนวนทหารที่เสียชีวิต 9 ล้านนาย และบาดเจ็บ 23 ล้านนาย รวมทั้งพลเรือนที่เสียชีวิตจากสาเหตุอื่นอีก 5 ล้านคน ในช่วงสงครามมีการกระทำฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอีกหลายล้านคน และสงครามยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการระบาดทั่วของไข้หวัดใหญ่สเปน

ความตึงเครียดทางการทูตที่เพิ่มขึ้นระหว่างมหาอำนาจยุโรปถึงจุดแตกหักเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1914 เมื่อกัฟรีโล ปรินซีป ชาวเซิร์บบอสเนียลอบปลงพระชนม์อาร์ชดยุกฟรันทซ์ แฟรีดีนันท์ รัชทายาทแห่งราชบัลลังก์ออสเตรีย-ฮังการี จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีมองว่าเซอร์เบียต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวและประกาศสงครามเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม รัสเซียเข้าให้การช่วยเหลือเซอร์เบีย และในวันที่ 4 สิงหาคม เยอรมนี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักรเข้าร่วมสงคราม เช่นเดียวกับจักรวรรดิออตโตมันที่เข้าร่วมสงครามในเดือนพฤศจิกายน ปีเดียวกัน กลยุทธ์การรบของเยอรมนีใน ค.ศ. 1914 คือการพิชิตฝรั่งเศสได้สำเร็จชาติแรก จากนั้นจึงย้ายกองกำลังไปยังแนวรบด้านรัสเซีย อย่างไรก็ตาม แผนการนี้กลับล้มเหลว และในช่วงปลาย ค.ศ. 1914 แนวรบด้านตะวันตกจึงกลายเป็นสมรภูมิสนามเพลาะที่ลากยาวจากช่องแคบอังกฤษถึงสวิตเซอร์แลนด์ กลับกันที่แนวรบด้านตะวันออกซึ่งการรบมีความคืบหน้ามากกว่า แต่ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถสร้างความได้เปรียบได้อย่างเด็ดขาด แม้ว่าการรุกจะมีความก้าวหน้า เมื่อสงครามเริ่มขยายไปสู่แนวรบด้านอื่นมากขึ้น บัลแกเรีย โรมาเนีย กรีซ อิตาลี และชาติต่าง ๆ ได้เข้าร่วมสงครามตั้งแต่ ค.ศ. 1915 เป็นต้นมา

ในช่วงต้น ค.ศ. 1917 สหรัฐเข้าสู่สงครามโดยอยู่ฝ่ายสัมพันธมิตร และต่อมาในปีเดียวกัน บอลเชวิคเถลิงอำนาจในรัสเซียระหว่างการปฏิวัติเดือนตุลาคม เป็นเหตุให้ประเทศเจรจาสงบศึกกับฝ่ายมหาอำนาจกลางเมื่อช่วงต้น ค.ศ. 1918 จากนั้นเยอรมนีได้เปิดการรุกในด้านตะวันตกเมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ. 1918 และถึงแม้ว่าการรุกจะประสบผลสำเร็จเบื้องต้น แต่ก็สร้างความอ่อนล้าและความขวัญเสียแก่กองทัพเยอรมันเป็นอย่างมาก จากความสำเร็จของการรุกตอบโต้โดยฝ่ายสัมพันธมิตรในเวลาต่อมาส่งผลให้แนวรบเยอรมันแตกพ่าย ในช่วลปลาย ค.ศ. 1918 บัลแกเรีย จักรวรรดิออตโตมัน และจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการียินยอมเจรจาสงบศึกกับฝ่ายสัมพันธมิตร ปล่อยให้เยอรมนีอยู่โดดเดี่ยวในสงคราม ซึ่งต้องเผชิญกับการปฏิวัติภายในประเทศและความพยายามก่อกบฏของกองทัพ ทำให้ท้ายที่สุดจักรพรรดิวิลเฮ็ล์มที่ 2 แห่งเยอรมนี ทรงสละราชสมบัติเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน

การรบยุติลงจากการสงบศึก 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 1918 และต่อมาการเจรจาสันติภาพปารีสได้กำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ ให้กับผู้พ่ายแพ้ โดยที่ปรากฏเด่นชัดที่สุดคือสนธิสัญญาแวร์ซาย การล่มสลายของจักรวรรดิใหญ่อย่างรัสเซีย เยอรมนี ออสเตรีย-ฮังการี และออตโตมันทำให้เกิดรัฐเอกราชใหม่ขึ้นมาอย่างมากมาย อันประกอบด้วยโปแลนด์ ฟินแลนด์ เชโกสโลวาเกีย และยูโกสลาเวีย ซึ่งจากการไร้ความสามารถในการจัดการความไม่มั่นคงภายหลังสงคราม มีส่วนทำให้เกิดการปะทุขึ้นของสงครามโลกครั้งที่สองในเดือนกันยายน ค.ศ. 1939

แหล่งที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87



รายละเอียดผู้เขียนบทความ blog
blog name :
เจ้าของ blog :
วัน/ เดือน/ ปีเกิด :
สถานที่ทำงาน :
จำนวนบทความใน blog :
ระดับของ blog :
Piyaphat Hathaisong
นายปิยภัทร หาไธสง
23/10/2552
รร.ศรีแก้วพิทยา
2 เรื่อง
[ มือใหม่ ]