หมวดหมู่ : สังคมศึกษา
เรื่อง : ประวัติความเป็นมาของกษัตริย์
blog : pornsawan
ระดับ : [ มือใหม่ ]
อ่าน : 4
จันทร์ ที่ 16 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569
พิมพ์  

พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรไทย เดิมเรียก พระเจ้ากรุงสยาม เป็นประมุขแห่งรัฐของประเทศไทย ตามระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์และราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ถึงแม้ว่าพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์จะลดลงหลังการปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475 และถูกจำกัดโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แต่สถาบันพระมหากษัตริย์ก็ยังคงได้รับความเคารพนับถือจากประชาชนส่วนใหญ่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 กับทั้งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับว่า พระมหากษัตริย์ "ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้" นอกจากนั้น พระมหากษัตริย์ยังทรงได้รับความคุ้มครองด้วยกฎหมายอาญา ทำให้การด่ากล่าวให้ร้ายพระองค์ถือเป็นความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์[3][4]ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแห่งรัฐ ทรงใช้อำนาจอธิปไตยผ่านคณะรัฐมนตรี รัฐสภา และศาล ทรงเป็นจอมทัพไทย พุทธมามกะ และอัครศาสนูปถัมภก มีพระราชอำนาจสถาปนาและพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์กับฐานันดรศักดิ์ พระราชทานอภัยโทษ ประกาศสงครามและสงบศึก รวมตลอดถึงพระราชอำนาจอื่น ๆ ซึ่งจะทรงใช้ได้ก็แต่โดยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้ ยกเว้นพระราชอำนาจบางประการที่ทรงใช้ได้ตามพระราชอัธยาศัย คือ ตั้งและถอดองคมนตรีกับบรรดาข้าราชการในพระองค์ มีการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินให้แก่ส่วนราชการในพระองค์ทุกปี[5]

พระมหากษัตริย์ไทยแห่งราชวงศ์จักรีในปัจจุบัน เป็นประมุขราชวงศ์ มีที่ประทับอย่างเป็นทางการคือพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร พระมหากษัตริย์พระองค์ปัจจุบันคือ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยทรงตอบรับการขึ้นทรงราชย์เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559 แต่ในทางนิตินัยถือว่าพระองค์เสด็จขึ้นทรงราชย์ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559[6]

พระมหากษัตริย์ไทยมีพระราชอำนาจในการสถาปนาพระรัชทายาทผู้มีสิทธิโดยตรงที่จะขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ไทยลำดับถัดไปในอนาคต เรียกว่า สยามมกุฎราชกุมาร ในกรณีที่ไม่มีการสถาปนาพระรัชทายาทไว้ ลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ไทยจะเป็นไปตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 โดยมีลักษณะเป็นการโอนจากบิดาสู่บุตรตามหลักบุตรคนหัวปีเฉพาะที่เป็นชาย อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับตั้งแต่ พ.ศ. 2517 จนถึงปัจจุบัน เปิดให้เสนอพระนามพระราชธิดาขึ้นสืบราชสันตติวงศ์ได้หากพระมหากษัตริย์ไม่มีพระราชโอรส ทั้งนี้ หากมีการแก้ไขกฎมณเฑียรบาลยกเลิกบทบัญญัติที่จำกัดมิให้ราชนารีสืบราชสันตติวงศ์ พระราชธิดาก็มีสิทธิที่จะเป็นพระรัชทายาทได้เช่นเดียวกันโดยสมบูรณ์รูปแบบการปกครองแบบราชาธิปไตยของประเทศไทยได้พัฒนาขึ้นมาตลอด 1,000 ปี ภายใต้การปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ตามอาณาจักรต่าง ๆ ของกลุ่มคนที่ใช้ภาษาตระกูลไต-ไทย ลุ่มแม่น้ำโขงและแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีคติแบบแผนคล้ายคลึงกันทั่วไปในดินแดน อุษาคเนย์ แนวคิดการปกครองแบบราชาธิปไตยสมัยแรกเริ่มตั้งอยู่บนพื้นฐานของศาสนาผี การบูชาแถนและคติผีฟ้าเจ้าฟ้า หลังจากการได้รับอิทธิพลของศาสนาฮินดู (รับเข้ามาจากจักรวรรดิขะแมร์) ที่ถือว่าวรรณะกษัตริย์มีอำนาจทางทหาร และหลักความเชื่อแบบเถรวาท ที่ถือพระมหากษัตริย์เป็น "ธรรมราชา" และคติ “พระจักรพรรดิราช” หลังจากที่พระพุทธศาสนาเข้ามาในประเทศไทยในราวคริสต์ศตวรรษที่ 6 อันเป็นแนวคิดที่ว่าพระมหากษัตริย์ควรจะปกครองประชาชนโดยธรรม โดยสันนิษฐานระเบียบแบบแผนของพระมหากษัตริย์ไทยตลอดจนราชสำนักนั้นเริ่มต้นในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถในสมัยกรุงศรีอยุธยา

ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เรียกพระมหากษัตริย์ว่าพระเจ้ากรุงศรีอยุธยา ถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงเรียกว่าพระเจ้ากรุงสยาม[19] สถานะของพระมหากษัตริย์ในยุคนี้ได้รับคติ "เทวราชา" จากศาสนาฮินดู กล่าวคือพระมหากษัตริย์ทรงเป็นเทพเจ้าอวตารมาเพื่อปกครองมวลมนุษย์ ดังเห็นได้จากการใช้คำนำหน้าพระนามว่า "สมเด็จพระเจ้า"



รายละเอียดผู้เขียนบทความ blog
blog name :
เจ้าของ blog :
วัน/ เดือน/ ปีเกิด :
สถานที่ทำงาน :
จำนวนบทความใน blog :
ระดับของ blog :
Pornsawan
นางสาวพรสวรรค์ หาญกล้า
8/3/2553
โรงเรียนศรีแก้วพิทยา
1 เรื่อง
[ มือใหม่ ]